วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555


ให้นักเรียนค้นคว้าในเรื่องต่อไปนี้ แล้วตอบลงในบล็อกของนักเรียน

1. กฎหมาย คืออะไร?

 กฎหมายคือข้อบังคับของรัฐาธิปัตย์ ที่บัญญัติขึ้นเพื่อใช้ควบคุมพฤติกรรมของพลเมือง หากใครฝ่าฝืน จะถูกลงโทษ


2. ลักษณะสำคัญของกฎหมาย มีอะไรบ้าง?

          1. ต้องเป็นคำสั่ง  หรือข้อบังคับ ของผู้มีอำนาจในรัฐ
             2. ใช้ควบคุมความประพฤติกรรมสมาชิก  ( คน )
             3.  ใช้บังคับทั่วไป  (  บังคับกับคนทุกคนในราชอาณาจักร )
             4.ใช้บังคับได้เสมอไป (ตลอดไปจนกว่าจะมีการยกเลิก )
             5. หากฝ่าฝืนต้องถูกลงโทษ

           
3. กฎหมายมีความสำคัญหรือมีประโยชน์อย่างไร?

1.กฎหมายสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยแก่สังคมเเละประเทศชาติ         

 2.การบริหารราชการแผ่นดินและการปกครองบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย         

 3.สังคมจะสงบสุขเมื่อคนปฎิบัติตามกฎหมาย          

4.กฎหมายสร้วงความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์          

5.กฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ที่สำคัญเพื่อก่อให้เกิดความยุติธรรม


4. การแบ่งประเภทของกฎหมาย มีการแบ่งตามหลักเกณฑ์ใดบ้าง?  การแบ่งประเภทของกฎหมาย


          หากใช้เกณฑ์การแบ่งโดยใช้แหล่งกำเนิด  แบ่งได้  2  อย่าง
                  -  กฎหมายภายใน
                  -  กฎหมายภายนอก


             เกณฑ์แบ่ง        นอกจากนี้กฎหมายภายในสามารถแบ่งออกได้อีก โดยมีเกณฑ์สำคัญได้แก่                       

                   เนื้อหา                  - กฎหมายลายลักษณ์อักษร
                                                - กฎหมายไม่เป็นลายลักณ์อักษร


                   สภาพบังคับ (โทษ)                  

                                                 - กฎหมายอาญา
                                                  -กฎหมายแพ่ง


                   ลักษณะการใช้                

                              - กฎหมายสารบัญญัติ
                             - ประมวลกฎหมายอาญา
                             - ประมวลกฎหมายเเพ่ง
                             - รัฐธรรมนูญ
                              - กฎหมายวิธีสบัญญัติ
                             - ประมวลกฎหมายวิอาญา
                             - ประมวลกฎหมายวิเเพ่ง
                    ฐานะเเละความสำพันธ์  รัฐ / ประชาชน


5. ให้นักเรียนเขียน ศักดิ์ หรือลำดับชั้นของกฎหมาย เรียงจากสูงไปหาต่ำ?                   

                   1. รัฐธรรมนูญ

                   2.พระราชบัญญัติ  ประมวลกฎหมาย  พระราชกำหนด พระบรมราชโองการ
                   3. พระราชกฤษฎีกา
                   4. กฎกระทรวง
                   5. เทศบัญญัติ

6. ที่มาของกฎหมายในระบบ Civil Law มีอะไรบ้าง?

             ซีวิลลอว์ (อังกฤษcivil law) เป็นระบบกฎหมายซึ่งได้รับอิทธิพลจากกฎหมายโรมัน ลักษณะพื้นฐานของซีวิลลอว์คือ เป็นกฎหมายที่บัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เป็นระบบประมวล และมิได้ตัดสินตามแนวคำพิพากษาของศาล ระบบกฎหมายดังกล่าวจึงได้ยึดถือฝ่ายนิติบัญญัติเป็นบ่อเกิดหลักของกฎหมาย และระบบศาลมักจะใช้วิธีพิจารณาโดยระบบไต่สวน และศาลจะไม่ผูกพันตามคำพิพากษาในคดีก่อนๆ
ในเชิงความคิด ซีวิลลอว์เป็นกลุ่มของแนวคิดและระบบกฎหมายซึ่งได้รับมาจากประมวลกฎหมายจัสติเนียน รวมไปถึงกฎหมายของชนเผ่าเยอรมัน สงฆ์ ระบบศักดินา และจารีตประเพณีภายในท้องถิ่นเอง รวมไปถึงความคิดเช่น กฎหมายธรรมชาติ แนวคิดในการจัดทำประมวลกฎหมายและกลุ่มปฏิฐานนิยม (กลุ่มที่ยึดถือกฎหมายที่บัญญัิติไว้เป็นหลัก)
ซีวิลลอว์ดำเนินจากนัยนามธรรม วางระเบียบหลักการทั่วไป และแบ่งแยกกฎระเบียบสารบัญญัติออกจากระเบียบพิจารณาความ ในระบบนี้จะให้ความสำคัญกับกฎหมายลายลักษณ์อักษรเป็นอันดับแรก เมื่อมีข้อเท็จจริงปรากฏขึ้น จะพิจารณาก่อนว่ามีกฎหมายลายลักษณ์อักษรบัญญัติไว้หรือไม่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว ถ้ามีก็จะนำกฎหมายลายที่บัญญัติไว้นั้นนำมาปรับใช้กับข้อเท็จจริง หากไม่มีกฎหมายให้พิจารณาจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นนั้นๆ จารีตประเพณีก็คือ ประเพณีที่ประพฤติและปฏิบัติกันมานมนาน และไม่ขัดต่อศีลธรรม ถ้าไม่ปฏิบัติตามก็ถือว่าผิด และถ้าไม่มีจารีตประเพณีที่เกี่ยวข้อง กฎหมายจะอนุโลมให้ใช้บทบัญญัติที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งก่อน จนในที่สุดหากยังไม่มีบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งอีก ก็จะให้นำหลักกฎหมายทั่วไปมาปรับใช้ ดังนั้นในระบบนี้จึงไม่ยึดหลักคำพิพากษาเดิม จะต้องดูตัวบทก่อนแล้วถึงจะตัดสินคดีได้[1]


7. ที่มาของกฎหมายในระบบ Common Law มีอะไรบ้าง?

            ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ (อังกฤษCommon law) เป็นกฎหมายซึ่งพัฒนาขึ้นโดยผู้พิพากษาผ่านทางการตัดสินคดีความของศาลและศาลชำนัญพิเศษอื่น ๆ มากกว่าผ่านทางพระราชบัญญัติของฝ่ายนิติบัญญัติ หรือการดำเนินการของฝ่ายบริหาร"ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์" เป็นระบบกฎหมายซึ่งให้น้ำหนักในการปฏิบัติตามคำพิพากษาที่มีมาก่อนเป็นอย่างมาก บนแนวคิดซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการอยุติธรรมหากตัดสินดำเนินคดีต่อข้อเท็จจริงที่คล้ายคลึงกันในโอกาสที่ต่างกัน ทำให้การตัดสินคดีตาม "คอมมอนลอว์" ผูกมัดการตัดสินคดีในอนาคตตามไปด้วย ในกรณีซึ่งมีกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว ศาลคอมมอนลอว์ที่เหมาะสมที่สุดจะตรวจสอบการตัดสินคดีที่ผ่านมาของศาลที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน หากข้อพิพาทที่คล้ายคลึงกันได้รับการแก้ไขแล้วในอดีต ศาลจะถูกผูกมัดให้ตัดสินคดีตามการให้เหตุผลซึ่งใช้ในการตัดสินคดีครั้งก่อน ๆ อย่างไรก็ตาม หากศาลพบว่าข้อพิพาทในปัจจุบันมีความแตกต่างอย่างชัดเจนกับการตัดสินดคีในอดีตทั้งหมด ผู้พิพากษาจะมีอำนาจและหน้าที่ที่จะสร้างกฎหมายโดยการริเริ่มเป็นแบบอย่าง ภายหลังจากนั้น การตัดสินคดีครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างแก่การตัดสินคดีครั้งต่อไป ซึ่งศาลในอนาคตจะต้องยึดมั่น
ในทางปฏิบัติ ระบบคอมมอนลอว์เป็นระบบซึ่งมีความซับซ้อนยิ่งกว่าคุณสมบัติอันเป็นอุดมคติดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น การตัดสินดำเนินดคีของศาลจะถูกผูกมัดในเฉพาะเขตอำนาจศาลที่เฉพาะเท่านั้น และกระทั่งภายในเขตอำนาจศาลที่กำหนด ศาลบางส่วนก็มีอำนาจยิ่งกว่าศาลทั่วไป อาทิเช่น ในการตัดสินคดีส่วนใหญ่ การตัดสินคดีโดยศาลอุทธรณ์จะถูกผูกมัดตามการตัดสินของศาลชั้นต่ำกว่าในการตัดสินดคีความที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน และการตัดสินคดีในอนาคตจะถูกผูกมัดตามการตัดสินของศาลอุทธรณ์นี้ แต่มีเพียงการตัดสินของศาลชั้นต่ำกว่าเป็นอำนาจซึ่งไม่ถูกผูกมัดโน้มน้าว



8. ระบบกฎหมายในปัจจุบันมีกี่ระบบ ระบบใดบ้าง?

       2 ระบบ ได้แก่คือ 

        1.ระบบCommon Law (ระบบกฎหมายจารีตประเพณี) คือ ระบบกฎหมายที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร(คืออะไร?)  คือ ระบบกฎหมายที่ยึดถือคำพิพากษาเป็นบ่อเกิดของกฎหมาย  โดยนักกฎหมายระบบนี้เชื่อว่า การใช้กฎหมายที่บัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นกฎหมายที่แข็งกระด้างไม่เป็นธรรม(คือ ภาษาที่ใช้ร่างกฎหมาย อาจตีความได้หลายนัย ซึ่งผู้พิพากษาแต่ละท่านอาจตีความต่างกัน การตัดสินคดีในเรื่องเดียวกัน อาจวินิจฉัยต่างกันได้) ดังนั้น หากฝ่ายนิติบัญญัติ(สภาผู้แทนราษฎร)ตรากฎหมายขึ้น  ศาลในระบบcommon law จะตีความอย่างแคบ(เพื่อจำกัดการใช้กฎหมายที่สภาฯได้ร่างขึ้น ให้คลุมบรรดากรณีน้อยที่สุด)  เพื่อรักษาอำนาจเด็ดขาดของฝ่ายตุลาการในการวินิจฉัยอรรถคดี ดังนั้น เมื่อฝ่ายนิติบัญญัติออกกฎหมายแต่ละฉบับ จะสังเกตได้ว่า กฎหมายนั้นจะเขียนละเอียดอย่างยิ่ง มิให้ศาลใช้อำนาจตีความอย่างกว้าง ทั้งนี้  เพื่อให้ศาลใช้กฎหมายที่ร่างขึ้นตามความมุ่งหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ
       2.ระบบCivil  Law คือ ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร คือ ใช้ระบบประมวลกฎหมาย  นักกฎหมายในระบบCivil Lawจะยึดถือกฎหมายที่ตราขึ้นจากฝ่ายนิติบัญญัติ และใช้กฎหมายตามเจตนารมณ์และความมุ่งหมายแห่งกฎหมายนั้น ๆ  ยึดถือตัวบทเป็นสำคัญ  คำพิพากษาฉบับก่อน ๆ เป็นเพียงแนวทางหรือตัวอย่างในการวินิจฉัยคดีเท่านั้น  ในเรื่องเดียวกันศาลยุคหลังอาจเดินตามหรือไม่เดินตามคำพิพากษาก่อนหน้านั้นย่อมได้


9. ประเทศไทย เป็นประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายใด?

 ประเทศไทยใช้ระบบกฎหมาย civil law  หรือเรียกว่าระบบประมวลกฎหมาย หรือระบบกฎหมายลายลักษณ์ อักษร


10. องค์ประกอบสำคัญของ "รัฐ" มีอะไรบ้าง?องค์ประกอบสำคัญของรัฐ มี 4 ประการ คือ 


1. ประชากร รัฐทุกรัฐจะต้องมีประชากรจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีจุดมุ่งหมายและมีประโยชน์ร่วมกัน จำนวนประชากรของแต่ละรัฐอาจมีมากน้อยแตกต่างกันไป ที่สำคัญคือ จะต้องมีประชากรดำรงชีพอยู่ภายในขอบเขตของรัฐนั้น
2. ดินแดน รัฐต้องมีดินแดนอันแน่นอนของรัฐนั้น กล่าวคือ มีเส้นเขตแดนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั้งโดยข้อเท็จจริงและโดยสนธิสัญญา ทั้งนี้รวมถึงพื้นดิน พื้นน้ำและพื้นอากาศ
3. อำนาจอธิปไตย อำนาจอธิปไตย คือ อำนาจรัฐ หมายถึง อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ทำให้รัฐสามารถดำเนินการทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับการปกครองภายในและภายนอก
4. รัฐบาล รัฐบาลคือ องค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินงานของรัฐในการปกครองประเทศ รัฐบาลเป็นผู้ทำหน้าที่สาธารณะสนองเจตนารมย์ของสาธารณชนในรัฐ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและป้องกันการรุกรานจากรัฐอื่น รัฐบาลเป็นองค์กรทางการเมืองที่ขาดไม่ได้ของรัฐ